ความแตกต่างของเว็บไซต์ (Web site)และ เว็บแอปพลิเคชั่น (Web Application)

สำหรับยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวไปไกลแล้ว คำว่า เว็บไซต์ (Web site) คงเป็นคำที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุใดก็ตาม โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต แต่รู้หรือไม่ว่ามันยังมีสิ่งที่เรียกว่า เว็บแอป(Web App) หรือ เว็บแอปพลิเคชั่น (Web Application) อยู่ด้วย และหลายคนก็ยังสับสนอยู่ว่า มันแตกต่างจากเว็บไซต์ปกติทั่วไปยังไง

บทความนี้จึงจะมาไขข้อข้องใจว่าระหว่าง Website กับ Web Application มันแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร 

รู้จักกับ Website และ Web Application

Web Application

ก่อนที่เราจะอธิบายความแตกต่างของ Website และ Web Application ได้ เราต้องเข้าใจ ความหมายของเว็บแอปพลิเคชั่น และ เว็บไซต์กันก่อน

เว็บแอปพลิเคชั่น(Web Application) คือ การพัฒนาโปรแกรมงานในเว็บไซต์ ซึ่งมีระบบการไหลเวียนในแบบออนไลน์ (Online) ทำให้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) เป็นการสร้างแอปพลิเคชั่นหรือโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานเฉพาะด้าน และถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นเบราว์เซอร์ (Web browser ) ทำให้โดยรวมแล้วกินทรัพยากรค่อนข้างต่ำ สามารถเปิดใช้งานได้ไว ซึ่งในปัจจุบันมี Web Application ที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบใช้งานระดับโลก ระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงระดับบริษัท ก็มีเว็บแอปเป็นของตัวเองเช่นกัน

เว็บไซต์ (Website) คือ สื่อที่นำเสนอข้อมูล แหล่งความรู้ หรือข่าวสาร ซึ่งสามารถเข้าถึงหน้าเว็บไซต์โดยใช้เบราว์เซอร์ (Browser) เช่น Google chrome, Mozilla Firefox, MS Edge, Safari เป็นต้น การทำงานของเว็บไซต์ ก็จะการรวบรวมหน้าเว็บเพจหลายๆ หน้า เข้ามาเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ (Hyperlink) จนเป็นเว็บไซต์นั่นเอง

ความแตกต่างของ Website และ Web Application

จากความหมาย Website และ Web Application ที่เราได้กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า ทั้งสองอย่างล้วนเปิดจาก Web Browser ได้เหมือนกัน ดังนั้น จึงไม่แปลกใจถ้าคุณเข้าใจผิดว่า Website และ Web Application นั้นเหมือนกัน แล้วเราจะแยกความแตกต่างระหว่าง  Website และ Web Application ได้อย่างไร มาดูกันเลย

การใช้งาน

  • Website : คือ หน้าเพจที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูล สารสนเทศ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเว็บเพจย่อยๆ ต่างๆ ตามแต่รูปแบบของเว็บไซต์นั้นได้กำหนดและตั้งค่าไว้ โดยเว็บไซต์จะเน้นให้ผู้คนเข้ามา “ดู” เป็นหลัก
  • Web Application : ทำหน้าที่คล้ายกับเว็บไซต์ แต่จะสามารถเป็นแอปพลิเคชั่นได้ด้วย คือเน้นให้ผู้คนเข้ามา “ใช้งาน” มากกว่าดู เช่น การซื้อขายแบบ eCommerce การชำระเงิน การคำนวณค่าต่างๆ แปลภาษา ตรวจสอบคำผิด หรือ ดูแผนที่เป็นต้น 

รูปลักษณ์ภายนอก

  • Website : มักเน้นในความสวยงาม ดึงดูด บางเว็บก็มีความซับซ้อนบ้างพอประมาณ มีลิงค์ต่างๆ เพื่อให้คนที่เข้ามาสามารถเปิดดูเว็บเพจภายในเว็บไซต์ได้ 
  • Web Application : มุ่งไปที่ความเรียบง่าย สะอาด บางครั้งหน้าเว็บแอปพลิเคชั่นก็จะแสดงโปรแกรมและฟังก์ชั่นต่างๆ ขึ้นมาตรงๆ แบบไม่ตกแต่งอะไรมาก เนื่องจากต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานมันได้อย่างรวดเร็วที่สุด

การทำงาน

  • Website : โดยรวมแล้วหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้ามักมีความซับซ้อนค่อนข้างต่ำ จะเน้นไปที่การตกแต่งและจัดรูปแบบให้เหมาะสมกับความชอบของผู้เข้าชม
  • Web Application : มีความซับซ้อนและยุ่งยาก อาจต้องใช้ผู้มีเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อจัดการและออกแบบแอปพลิเคชั่น รวมถึงฟังก์ชั่นภายในให้ใช้งานได้ง่าย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้

สำหรับผู้อ่านท่านใดที่สนใจบริการเว็บแอปพลิเคชั่น แล้วล่ะก็ทางเรามีบริการ จัดทำเว็บไซต์ และ เว็บแอปพลิเคชั่น คุณภาพเยี่ยม เพื่อเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับธุรกิจของคุณได้

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง

ในอดีต เวลาจะค้นหาข้อมูลอะไรสักอย่างก็ต้องเดินทางไปห้องสมุด และบางครั้งกว่าจะเจอข้อมูลที่ตรงกับที่ต้องการก็ใช้เวลานาน เพราะต้องใช้เวลาหาหนังสือและข้อมูลในหนังสือ แต่ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลนั้นง่ายเพียงพิมพ์สิ่งที่ต้องการลงบน Google แล้วเพียงไม่กี่วินาที สิ่งที่ต้องการก็จะถูกรวบรวมมาให้คุณ ซึ่งหลายคนที่รู้จัก Google ก็อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Search Engine คือ อะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร นอกจาก Google จะมีแหล่งค้นหาข้อมูลจากที่ไหนอีกบ้าง มาหาคำตอบกัน เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คือ Search Engine (เสิร์ชเอ็นจิน) คือ โปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ต โดยจะแสดงผลลัพธ์เป็นเว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ แผนที่ Search Engine ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะจะเรียกว่า Web Search Engine ซึ่งผู้ใช้งานจะกรอก ‘คำสำคัญ’ หรือ Keyword (คีย์เวิร์ด) เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หลักการทำงานของ เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) 1. Crawling: การเก็บ รวบรวมข้อมูล อินเทอร์เน็ตเป็นโครงข่ายข้อมูลขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงติดต่อกันอย่างทั่วถึง … Read more

E-A-T หลักเกณฑ์ของ Google search ที่คนทำ SEO ต้องรู้

SEO จะเป็นเรื่องของการทำเนื้อหา หรือคอนเทนต์ เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาบน Google search ซึ่งการเขียนคอนเทนต์ยังไม่มีหลักหรือกฎตายตัวในการเขียนว่าจะต้องมีความยาวเท่าใด ต้องมีรูปภาพเยอะ ๆ หรือต้องทำไปในทิศทางไหน แต่อาจจะมีทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะสามารถช่วยให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาได้ ซึ่งก็คือ หลัก E-A-T นั่นเอง ในบทความนี้จะมาอธิบายความหมายแลพความสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ E-A-T ของการทำ SEO ที่ดี E-A-T คืออะไร E-A-T คือ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ที่อัลกอริทึมของ Google search นำมาใช้ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้มีผลทำให้ลำดับค้นหาใน Google นั่นหมายความว่าหากเว็บไซต์ของเราใช้หลัก E-A-T ในการทำเนื้อหาหรือสร้างคอนเทนต์จะส่งผลให้เว็บไซต์มีการติดอันดับที่สูงขึ้นได้ E = Expertise เป็นหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่อง ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ หรือความรู้และทักษะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนต้องมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในบทความที่ตนเองเขียนหรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอ เกณฑ์นี้จะช่วยทำให้ Google มองเห็นว่า เว็บไซต์ไหนมีความเชี่ยวชาญจริง และควรถูกจัดอันดับใน Ranking ที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ https://browsewaresolution.com … Read more

กลยุทธ์การทำ On-Page SEO เพื่ออันดับของเว็บไซต์

On-Page SEO เป็นหนึ่งในปัจจัยในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Google Search Engine และการปรับปรุง On Page เป็นเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดกันเยอะพอสมควร ดังนั้น วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ On Page SEO คืออะไร มีอะไรบ้างที่ต้องทำ แบบจับมือปรับแต่ง Contents ในรูปแบบ Step By Step ฉบับเข้าใจง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง On page SEO คืออะไร On Page คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักเกณฑ์E-A-T เพื่อปรับปรุงอันดับให้อยู่ในอันดับที่ดีที่สุด ของ Google และมีปริมาณการผู้เข้าใช้เว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น On Page SEO เป็นปัจจัยที่คุณสามารถควบคุมได้เอง ดังนั้นจึงต้องปรับแต่งให้ดี โดยปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ หัวข้อ, Meta Description, Internal Link, External Link เป็นต้น และ … Read more

Backlink คืออะไร เรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink ให้เว็บไซต์

ปัจจัยอย่างหนึ่งในการทำ SEO เลยก็คือการทำ Backlink เพราะการมีBacklink เชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ของเรา มันจะส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ดังนั้น เพื่อให้เราสามารถ สร้างเว็บไซต์ติดหน้าแรกได้ ก่อนอื่นควรเข้าใจพื้นฐานและความสำคัญของBacklink ก่อน  Backlink คืออะไร Backlink คือ การที่มีเว็บไซต์อื่นทำลิงก์เข้ามาหาเว็บไซต์ของเรา หรือเว็บไซต์ของเราทำลิงก์ออกไปหาเว็บอื่นด้วย ซึ่งสิ่งที่ Google สนใจในการจัดอันดับ SEO ก็คือการที่เว็บไซต์มีการลิงก์ เข้ามาหาที่เว็บไซต์นั้นๆ นั่นแปลว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ ทั้งในแง่ของ เนื้อหา คอนเทนต์ ความน่าเชื่อถือ อ้างอิง Source หรืออื่นๆ เมื่อมีความน่าเชื่อถือ การจัดอันดับของ Google มากขึ้นไปด้วย การติดอันดับก็จะง่ายขึ้นและอยู่ได้นานในหน้าแรกๆได้  ลักษณะของ Backlink ที่ดี ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์สามารถดูได้จากชื่อเสียงของเว็บไซต์ ข้อมูลที่เขียนมาอย่างดี และออกแบบหน้าเว็บไว้อย่างสวยงาม รวมทั้งปริมาณผู้เข้ามาใช้งาน (Traffic) แสดงว่าเป็น Backlinkที่เชื่อถือได้ เพราะว่าถ้าเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และน่าเชื้อถือมีลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา Google ก็มองว่าเว็บไซต์เราน่าเชื่อถือมากขึ้นไปด้วย ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ลิงก์ที่ดีควรมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาโดยรวมสัมพันธ์กับเว็บไซต์เรา … Read more