เคล็ดลับในการจัดหาบริษัท เอาท์ซอร์ส (outsource)พัฒนาเว็บไซต์

การที่องค์กรธุรกิจต่างๆ เลือกที่จะจ้างบริษัท เอาท์ซอร์ส (Outsource)สำหรับการสร้างเว็บไซต์นั้น มีหลายเหตุผลด้วยกัน เช่น อาจจะเป็นในเรื่องของความสามารถ ความรู้ที่ต้องใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ของบุคลกรภายในองค์กรอาจจะยังไม่ดีไม่พอ หากจ้างบริษัทที่พัฒนาเว็บไซต์เลยอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า หรือ อาจจะเพื่อลดภาระงานของคนในองค์กร แต่ถึงอย่างงั้น การจะเลือกบริษัทสักบริษัทหนึ่งที่จะมาจัดการทำเว็บไซต์ หรือ เว็บแอปพลิเคชั่นให้เรา เราอาจจะต้องพิจารณาปัจจัย และ ความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ผลงานและการดำเนินงานของบริษัทนั้นๆ ราคา ค่าใช้จ่าย หรือ ชื่อเสียง เป็นต้น

ในบทความนี้ เราได้ทำการศึกษาและเลือก 7 เคล็ดลับในการจัดหาบริษัทพัฒนาเว็บไซต์ รวมไปถึง ความเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง

1. พิจารณาความสามารถของบริษัทผู้ให้บริการว่าสามารถตอบสนองความต้องการได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

สำหรับขั้นตอนการพัฒนา ซอฟต์แวร์ เว็บไซต์ หรือ เว็บแอปพลิเคชั่นอะไรก็ตามก็ตาม การเขียนโค้ดเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็งที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำทะเล การพัฒนาเว็บไซต์ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาองค์ประกอบหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง เนื้อหาของเว็บไซต์ โครงสร้างของเว็บไซต์ การออกแบบดีไซน์ และการวางแผนสำหรับทำการการตลาด รวมถึงการตรวสอบคุณภาพ

ถ้าหากว่าบริษัทผู้พัฒนาเว็บไซต์ ไม่ได้มีความชำนาน หรือ มีการบริการที่ไม่ได้ครบครัน มันก้เป็นหน้าที่ของคุณในการค้นหาบริษัทที่สองสามารถบริการ ในส่วนที่ขาดไปของบริษัทแรกได้ เช่น การทดสอบระบบ การตรวจสอบเอกสาร หรือ การตลาด SEO เป็นต้น ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว มันจะดีกว่าไหม หากคุณเลือกบริษัทไอที่ที่มีบริการเต็มรูปแบบ

2. พิจารณาความชำนาน ทักษะ ความสามารถ หรือผลงานของบริษัทผู้พัฒนาเว็บไซต์

เป็นการบริการเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณว่าคุณจะได้รับความต่อเนื่องของการใช้บริการขององค์กรนั้นๆว่าจะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องได้มากที่สุด การบริการนี้อาจจะรวมถึงการออกแบบ ติดตั้ง บริหาร สำรองขององค์กรนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการให้บริการในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเกิดความเสียหายอื่นๆ

3. พิจารณาความยืดหยุ่นในการทำงาน การทำสัญญา การชำระเงิน

บริษัท เอาท์ซอร์ส ที่เป็นมืออาชีพ ควรจะมีการเสนอคาราที่คงที่ สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐาน และในกรณ๊ที่มีการปรับแก้หลังจากตกลงกันแล้ว หรือ เป็นงานที่ไม่ตายตัว ก็จะมีการเสนอราคาที่ยืดหยุ่น อีกอย่างคือเราควรตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่า บริษัทเอาท์ซอร์สนั้นๆ จะทำสัญญาได้อย่างเหมาะ

เอาท์ซอร์ส

4. ความสะดวกในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร

การสื่อสาร คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยการพูด การเขียน หรือใช้สื่ออื่นๆ ดังนั้น การสื่อสารจึงเป็นทักษะที่ละเอียดอ่อน ผู้สื่อสารจึงต้องมีทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ และ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับซอฟต์แวร์

5. ความทันสมัยของเทคโนโลยี นวัตกรรม

เทคโนโลยีที่ล้าสมัยสำหรับการทำธุรกิจ หมายถึงการสูญเสียความได้เปรียบทางการตลาด ส่วนแบ่งทางการตลาด พังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ บริษัทเอาท์ซอร์สที่เราต้องการต้องการจ้าง ก็ควรเป็นบริษัทที่พัฒนาและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆเสมอ

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง

ในอดีต เวลาจะค้นหาข้อมูลอะไรสักอย่างก็ต้องเดินทางไปห้องสมุด และบางครั้งกว่าจะเจอข้อมูลที่ตรงกับที่ต้องการก็ใช้เวลานาน เพราะต้องใช้เวลาหาหนังสือและข้อมูลในหนังสือ แต่ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลนั้นง่ายเพียงพิมพ์สิ่งที่ต้องการลงบน Google แล้วเพียงไม่กี่วินาที สิ่งที่ต้องการก็จะถูกรวบรวมมาให้คุณ ซึ่งหลายคนที่รู้จัก Google ก็อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Search Engine คือ อะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร นอกจาก Google จะมีแหล่งค้นหาข้อมูลจากที่ไหนอีกบ้าง มาหาคำตอบกัน เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คือ Search Engine (เสิร์ชเอ็นจิน) คือ โปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ต โดยจะแสดงผลลัพธ์เป็นเว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ แผนที่ Search Engine ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะจะเรียกว่า Web Search Engine ซึ่งผู้ใช้งานจะกรอก ‘คำสำคัญ’ หรือ Keyword (คีย์เวิร์ด) เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หลักการทำงานของ เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) 1. Crawling: การเก็บ รวบรวมข้อมูล อินเทอร์เน็ตเป็นโครงข่ายข้อมูลขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงติดต่อกันอย่างทั่วถึง … Read more

E-A-T หลักเกณฑ์ของ Google search ที่คนทำ SEO ต้องรู้

SEO จะเป็นเรื่องของการทำเนื้อหา หรือคอนเทนต์ เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาบน Google search ซึ่งการเขียนคอนเทนต์ยังไม่มีหลักหรือกฎตายตัวในการเขียนว่าจะต้องมีความยาวเท่าใด ต้องมีรูปภาพเยอะ ๆ หรือต้องทำไปในทิศทางไหน แต่อาจจะมีทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะสามารถช่วยให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาได้ ซึ่งก็คือ หลัก E-A-T นั่นเอง ในบทความนี้จะมาอธิบายความหมายแลพความสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ E-A-T ของการทำ SEO ที่ดี E-A-T คืออะไร E-A-T คือ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ที่อัลกอริทึมของ Google search นำมาใช้ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้มีผลทำให้ลำดับค้นหาใน Google นั่นหมายความว่าหากเว็บไซต์ของเราใช้หลัก E-A-T ในการทำเนื้อหาหรือสร้างคอนเทนต์จะส่งผลให้เว็บไซต์มีการติดอันดับที่สูงขึ้นได้ E = Expertise เป็นหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่อง ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ หรือความรู้และทักษะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนต้องมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในบทความที่ตนเองเขียนหรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอ เกณฑ์นี้จะช่วยทำให้ Google มองเห็นว่า เว็บไซต์ไหนมีความเชี่ยวชาญจริง และควรถูกจัดอันดับใน Ranking ที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ https://browsewaresolution.com … Read more

กลยุทธ์การทำ On-Page SEO เพื่ออันดับของเว็บไซต์

On-Page SEO เป็นหนึ่งในปัจจัยในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Google Search Engine และการปรับปรุง On Page เป็นเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดกันเยอะพอสมควร ดังนั้น วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ On Page SEO คืออะไร มีอะไรบ้างที่ต้องทำ แบบจับมือปรับแต่ง Contents ในรูปแบบ Step By Step ฉบับเข้าใจง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง On page SEO คืออะไร On Page คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักเกณฑ์E-A-T เพื่อปรับปรุงอันดับให้อยู่ในอันดับที่ดีที่สุด ของ Google และมีปริมาณการผู้เข้าใช้เว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น On Page SEO เป็นปัจจัยที่คุณสามารถควบคุมได้เอง ดังนั้นจึงต้องปรับแต่งให้ดี โดยปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ หัวข้อ, Meta Description, Internal Link, External Link เป็นต้น และ … Read more

Backlink คืออะไร เรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink ให้เว็บไซต์

ปัจจัยอย่างหนึ่งในการทำ SEO เลยก็คือการทำ Backlink เพราะการมีBacklink เชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ของเรา มันจะส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ดังนั้น เพื่อให้เราสามารถ สร้างเว็บไซต์ติดหน้าแรกได้ ก่อนอื่นควรเข้าใจพื้นฐานและความสำคัญของBacklink ก่อน  Backlink คืออะไร Backlink คือ การที่มีเว็บไซต์อื่นทำลิงก์เข้ามาหาเว็บไซต์ของเรา หรือเว็บไซต์ของเราทำลิงก์ออกไปหาเว็บอื่นด้วย ซึ่งสิ่งที่ Google สนใจในการจัดอันดับ SEO ก็คือการที่เว็บไซต์มีการลิงก์ เข้ามาหาที่เว็บไซต์นั้นๆ นั่นแปลว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ ทั้งในแง่ของ เนื้อหา คอนเทนต์ ความน่าเชื่อถือ อ้างอิง Source หรืออื่นๆ เมื่อมีความน่าเชื่อถือ การจัดอันดับของ Google มากขึ้นไปด้วย การติดอันดับก็จะง่ายขึ้นและอยู่ได้นานในหน้าแรกๆได้  ลักษณะของ Backlink ที่ดี ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์สามารถดูได้จากชื่อเสียงของเว็บไซต์ ข้อมูลที่เขียนมาอย่างดี และออกแบบหน้าเว็บไว้อย่างสวยงาม รวมทั้งปริมาณผู้เข้ามาใช้งาน (Traffic) แสดงว่าเป็น Backlinkที่เชื่อถือได้ เพราะว่าถ้าเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และน่าเชื้อถือมีลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา Google ก็มองว่าเว็บไซต์เราน่าเชื่อถือมากขึ้นไปด้วย ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ลิงก์ที่ดีควรมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาโดยรวมสัมพันธ์กับเว็บไซต์เรา … Read more