เขียนบล็อก (Blog Writing) อย่างไรให้คนอ่านเยอะ

เขียนบล็อก (ฺBlog Writing) เป็นการเขียนบทความ อธิบายหรือให้ข้อมูลเพื่อนำไปเผยแพร่บนเว็บบล็อก(Web Blog) ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการ เปรียบเสมือนเป็นสื่อกลางหรือสถานที่เก็บบทความ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสามารถเขียนบล็อกได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ผู้เข้าไปเขียนบล็อกและเผยแพร่ข้อมูลมีชื่อเรียกเฉพาะว่า “บล็อกเกอร์”  และหากบล็อกเกอร์คนใดมีผู้ติดตามจำนวนมาก อาจกลายเป็น ฺ“อินฟลูเอนเซอร์” ที่ผลิดเนื้อหาที่ส่งผลต่อทัศนคติ การตัดสินใจ หรือชี้นำคนในสังคมให้คล้อยตามได้

เขียนบล็อก

ขั้นตอนการ เขียนบล็อก

การเขียนบล็อก ควรเริ่มจากการวางแผน ว่าจะเขียนเรื่องอะไร วางเค้าโครง จัดเตรียมข้อมูล เขียนคำโปรย เพื่อแนะนำเนื้อหาและดึงดูดความสนใจ จากนั้นให้ลงมือเขียน อาจเขียนรวดเดียวจบ หรือให้จบเป็นส่วนๆ หลังจากนั้นควรจัดหาภาพประกอบ เพื่อช่วยอธิบายเรื่องยากๆ ช่วยดำเนินเรื่องราว หรือใส่มุกตลก เพื่อเสริมให้บทความดูน่าสนใจมากขึ้น และหลังจากที่ได้บทความแล้ว ให้ทำการแก้ไข ตรวขทานความซ้ำซ้อน ตรวจทานการดำเนินเรื่อง และอาจให้ผู้อื่นลองอ่านและวิจารณ์  โดยแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียด ดังนี้

1. การวางแผน ไม่ว่าผู้เขียนบล็อกจะเชี่ยวชาญเพียงใด การเขียนบทความหนึ่งบทความ ไม่ได้ใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้การวางแผนจึงควรคำนึงถึง สิ่งต่อไปนี้

  • กำหนดเรื่องที่จะเขียน 

ในการเขียนบล็อก ผู้เขียนควรเขียนเรื่องที่ตนเองสนใจ เพราะว่าผู้เขียนไม่มีความสนใจในเรื่องที่จะเขียนแล้ว ความไม่น่าสนใจจะถูกถ่ายทอดลงไปยังบทความที่เขียน และส่งต่อไปยังผู้อ่านได้ ถ้าหากเรามีอาชีพเป็นนักเขียน บางครั้งอาจเลือกไม่ได้ว่าจะต้องเขียนเรื่องอะไร แต่ด้วยความเป็นบล็อกเกอร์แล้ว สามารถกำหนดเรื่องที่เขียนเองได้ ทำให้ได้เปรียบในจุดนี้ การเขียนบล็อกที่ดี ควรมีเนื้อหาที่ชักชวนให้ผู้อ่านได้เข้ามามีส่วนร่วมหลังจากอ่านเนื้อหาจบแล้ว เพื่อเป็นการสื่อให้ผู้อ่านคล้อยตาม และทำในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการ ถ้าต้องการเผยแพร่เนื้อหา เพื่อให้ผู้อ่านเข้ามามีส่วนร่วม หรือชักชวนให้ผู้อ่านได้กระทำการใดๆ สามารถใช้วิธีการที่เรียกว่า Call to Action ซึ่งเป็นข้อความที่ชักชวนหรือแนะแนำให้ผู้อ่านทำตามเนื้อหา เช่น “มาร่วมกับเราตอนนี้เลย” “สมัครเลยวันนี้” “ทดลองใช้ฟรี” ซึ่งส่งผลถึงยอดผู้อ่านโฆษณาสินค้าทางดิจิทัล หากมีผู้อ่านหรือผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ผู้เขียนก็จะกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในเนื้อหาด้านนั้น

  • วางเค้าโครงเรื่อง 

ก่อนที่จะเริ่มเขียนบทความใดๆ ผู้เขียนควรวางโครงเรื่องเพื่อให้แน่ใจว่า บทความที่จะเขียนมีเนื้่อหาที่ครอบคลุม ครบถ้วน สมบูรณ์ และเข้าใจง่าย  การวางเค้าโครงเรื่องจะช่วยให้เนื้อหาที่เขียนอยู่ในกรอบที่ต้องการ และช่วยให้เนื้อหาดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน การเขียนเค้าโครงไม่จำเป็นต้องละเอียด หรือมีรูปแบบสวยงาม แต่ต้องครบถ้วนสมบูรณ์

2. ค้นคว้า ผู้เขียนบทความหลายคน อาจไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในเนื้อหาที่จะเขียน แต่การค้นคว้าหาข้อมูลในสิ่งที่สนใจสามารถทำได้ง่ายและสะดวกในยุคดิจิทัล การกำหนดเรื่องที่สนใจ จะเข้ามามีบทบาทในขั้นตอนนี้เพราะการที่มีความสนใจ จะทำให้มีความสุขและความมุ่งมั่นในการค้นคว้าหาข้อมูล ทำให้ได้ข้อมูลที่น่าสนใจและปริมาณเพียงพอที่จะเรียบเรียงบทความได้

3. ตรวจสอบข้อมูล ข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้า หรือจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป และหากเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้เขียน

4. การเขียนคำโปรย คำโปรยเป็นประโยคสั้นๆ ที่สรุปและเชื้อเชิญให้ผู้อ่านเข้าไปอ่านเนื้อหาโดยละเอียด การเขียนคำโปรย ควรคำนึงถึงผู้อ่านว่าสนใจเรื่องใด และความใช้ภาษาในระดับใด แม้ว่าจะเป็นบทความในเรื่องเดียวกัน แต่คำโปรยต่างกัน ย่อมดึงดูดผู้อ่านต่างกัน

5. การเขียน หลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้อง วางโครงเรื่อง เขียนคำโปรย และได้ชื่อเรื่องที่สื่อถึงเนื้อหาที่จะเขียนแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเขียนบทความ การเขียนนั้น อาจเขียนคราวเดียวจบ หรือาจจะแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ เขียนไปทีละส่วนก็ได้ แต่นักเรียนส่วนใหญ่จะแนะนำว่า ควรที่จะเขียนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในคราวเดียวกัน เพื่อให้ใีสามธิจดต่ออยู่กับเนื้อหาที่เขียน ทำให้ไม่ลืมเนื้อหาที่เป็นจุดสำคัญที่ต้องการให้ปรากฎในบทความ หลังจากที่เขียนบทความแล้ว ทุกครั้งที่กลับมาอ่าน อาจต้องการเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาในบางส่วน เมื่อปรับเปลี่ยนหลายครั้ง อาจทำให้เนื้อหาในบทความคลาดเคลื่อนจากประเด็นที่ต้องการจะสื่อ ดังนั้นการเขียนบทความควรเขียนให้จบในคราวเดียว

6. การใช้ภาพประกอบ ในปัจจุบัน ผู้อ่านมีสมาธิจดต่ออยู่กับตัวหนังสือในเวลาจำกัด ในการเขียนบล็อกโดยไม่มีภาพประกอบอาจส่งผลให้ผู้อ่านให้ความสนใจไปรับข้อมูลจากสื่ออื่น เช่น เฟซบุ๊คหรือยูทูบ เพราะการใช้ภาพประกอบช่วยลดความรู้สึกอึดอัดในการเห็นเฉพาะตัวหนังสือ และการใช้ภาพประกอบจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการดำเนินเรื่องของบทความ โดยผู้อ่านสามารถกวาดตามองทั้งบทความเพื่อดูว่าบทความเกี่ยวกับอะไร นอกจากนี้การใช้ภาพยังช่วยสร้างจุดสนใจ หรือเสริมความเข้าใจในการอ่านข้อความ รวมทั้งช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาที่ไม่สามารถบรรยายด้วยตัวอักษรได้

7. การตรวจทานแก้ไข ขั้นตอนนี้นอกจากจะตรวจทานเพื่อกก้ไขตัวสะกดและไวยากรณ์แล้ว ผู้เขียนควรตรวจทานว่ามีการเขียนประเด็นที่ซ้ำกันหรือไม่ ในการตรวจทาน อาจอ่านออกเสียงเพื่อตรวจสอบความต่อเนื่องของบทความ หรือาจให้ผู้อื่นช่วยอ่านเพื่อตรวจทานด้วย การเขียนที่ดีควรเขียนให้กระชับ ในแต่ละย่อหน้าควรจะมีเพียงประเด็นเดียว โดยอาจมีประโยคที่กล่าวถึงประเด็นหลักไว้ที่ประโยคแรกหรือประโยคสุดท้ายของย่อหน้า เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น

การเขียนบล็อกอาจเป็นเรื่องที่ดูไม่ยากนัก หากยังไม่เคยทดลองเขียน แต่ในการเขียนจริงนั้นมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ผู้ที่ต้องการเป็นบล็อกเกอร์ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน ควรที่จะเขียนบทความออกมาให้มากที่สุด และต้องยอมรับว่าไม่มีงานเขียนใดที่สมบูรณ์แบบ แม้ในปัจจุบันจะมีเครื่องมือที่ช่วยให้เขียนได้ง่ายขึ้นก็ตาม แต่ถึงอย่างไรคุณจะเริ่มเขียนบล็อกไม่ได้ถ้ายังไม่มีเว็บบล็อกเป็นตนเอง ดังนั้นคุณสามารถมาปรึกษาการสร้างเว็บไซต์ก่อนได้

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง

ในอดีต เวลาจะค้นหาข้อมูลอะไรสักอย่างก็ต้องเดินทางไปห้องสมุด และบางครั้งกว่าจะเจอข้อมูลที่ตรงกับที่ต้องการก็ใช้เวลานาน เพราะต้องใช้เวลาหาหนังสือและข้อมูลในหนังสือ แต่ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลนั้นง่ายเพียงพิมพ์สิ่งที่ต้องการลงบน Google แล้วเพียงไม่กี่วินาที สิ่งที่ต้องการก็จะถูกรวบรวมมาให้คุณ ซึ่งหลายคนที่รู้จัก Google ก็อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Search Engine คือ อะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร นอกจาก Google จะมีแหล่งค้นหาข้อมูลจากที่ไหนอีกบ้าง มาหาคำตอบกัน เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คือ Search Engine (เสิร์ชเอ็นจิน) คือ โปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ต โดยจะแสดงผลลัพธ์เป็นเว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ แผนที่ Search Engine ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะจะเรียกว่า Web Search Engine ซึ่งผู้ใช้งานจะกรอก ‘คำสำคัญ’ หรือ Keyword (คีย์เวิร์ด) เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หลักการทำงานของ เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) 1. Crawling: การเก็บ รวบรวมข้อมูล อินเทอร์เน็ตเป็นโครงข่ายข้อมูลขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงติดต่อกันอย่างทั่วถึง … Read more

E-A-T หลักเกณฑ์ของ Google search ที่คนทำ SEO ต้องรู้

SEO จะเป็นเรื่องของการทำเนื้อหา หรือคอนเทนต์ เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาบน Google search ซึ่งการเขียนคอนเทนต์ยังไม่มีหลักหรือกฎตายตัวในการเขียนว่าจะต้องมีความยาวเท่าใด ต้องมีรูปภาพเยอะ ๆ หรือต้องทำไปในทิศทางไหน แต่อาจจะมีทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะสามารถช่วยให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาได้ ซึ่งก็คือ หลัก E-A-T นั่นเอง ในบทความนี้จะมาอธิบายความหมายแลพความสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ E-A-T ของการทำ SEO ที่ดี E-A-T คืออะไร E-A-T คือ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ที่อัลกอริทึมของ Google search นำมาใช้ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้มีผลทำให้ลำดับค้นหาใน Google นั่นหมายความว่าหากเว็บไซต์ของเราใช้หลัก E-A-T ในการทำเนื้อหาหรือสร้างคอนเทนต์จะส่งผลให้เว็บไซต์มีการติดอันดับที่สูงขึ้นได้ E = Expertise เป็นหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่อง ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ หรือความรู้และทักษะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนต้องมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในบทความที่ตนเองเขียนหรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอ เกณฑ์นี้จะช่วยทำให้ Google มองเห็นว่า เว็บไซต์ไหนมีความเชี่ยวชาญจริง และควรถูกจัดอันดับใน Ranking ที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ https://browsewaresolution.com … Read more

กลยุทธ์การทำ On-Page SEO เพื่ออันดับของเว็บไซต์

On-Page SEO เป็นหนึ่งในปัจจัยในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Google Search Engine และการปรับปรุง On Page เป็นเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดกันเยอะพอสมควร ดังนั้น วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ On Page SEO คืออะไร มีอะไรบ้างที่ต้องทำ แบบจับมือปรับแต่ง Contents ในรูปแบบ Step By Step ฉบับเข้าใจง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง On page SEO คืออะไร On Page คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักเกณฑ์E-A-T เพื่อปรับปรุงอันดับให้อยู่ในอันดับที่ดีที่สุด ของ Google และมีปริมาณการผู้เข้าใช้เว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น On Page SEO เป็นปัจจัยที่คุณสามารถควบคุมได้เอง ดังนั้นจึงต้องปรับแต่งให้ดี โดยปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ หัวข้อ, Meta Description, Internal Link, External Link เป็นต้น และ … Read more

Backlink คืออะไร เรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink ให้เว็บไซต์

ปัจจัยอย่างหนึ่งในการทำ SEO เลยก็คือการทำ Backlink เพราะการมีBacklink เชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ของเรา มันจะส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ดังนั้น เพื่อให้เราสามารถ สร้างเว็บไซต์ติดหน้าแรกได้ ก่อนอื่นควรเข้าใจพื้นฐานและความสำคัญของBacklink ก่อน  Backlink คืออะไร Backlink คือ การที่มีเว็บไซต์อื่นทำลิงก์เข้ามาหาเว็บไซต์ของเรา หรือเว็บไซต์ของเราทำลิงก์ออกไปหาเว็บอื่นด้วย ซึ่งสิ่งที่ Google สนใจในการจัดอันดับ SEO ก็คือการที่เว็บไซต์มีการลิงก์ เข้ามาหาที่เว็บไซต์นั้นๆ นั่นแปลว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ ทั้งในแง่ของ เนื้อหา คอนเทนต์ ความน่าเชื่อถือ อ้างอิง Source หรืออื่นๆ เมื่อมีความน่าเชื่อถือ การจัดอันดับของ Google มากขึ้นไปด้วย การติดอันดับก็จะง่ายขึ้นและอยู่ได้นานในหน้าแรกๆได้  ลักษณะของ Backlink ที่ดี ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์สามารถดูได้จากชื่อเสียงของเว็บไซต์ ข้อมูลที่เขียนมาอย่างดี และออกแบบหน้าเว็บไว้อย่างสวยงาม รวมทั้งปริมาณผู้เข้ามาใช้งาน (Traffic) แสดงว่าเป็น Backlinkที่เชื่อถือได้ เพราะว่าถ้าเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และน่าเชื้อถือมีลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา Google ก็มองว่าเว็บไซต์เราน่าเชื่อถือมากขึ้นไปด้วย ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ลิงก์ที่ดีควรมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาโดยรวมสัมพันธ์กับเว็บไซต์เรา … Read more